บทสวดมนต์พร้อมคำแปล

posted on 13 May 2011 13:35 by narathipo in Dhamma directory Fiction, Knowledge
...........................................................................................................................................................
 
                             บทสวดมนต์พร้อมคำแปล
 
ขออวยพรให้ผู้ที่ถือมั่นสมาทานศีลสวดภาวนาขอให้มีแต่สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต มีกิน มีใช้ ไม่อด ไม่อยาก ไม่ยาก ไม่จน ไม่ต่ำกว่าคน ไม่จนกว่าเขา มั่งมีด้วยลาภ ยศ ชื่อเสียง เงินทอง เจริญด้วย อายุ วรรณะ สุขะ พละ และ ปฏิภาณ ด้วยเทอญ...สาธุ
 
                    
 
    

                      บทสวดมนต์
         (จุดธูปเทียนดอกไม้บูชาพระรัตนตรัย)
            
                  (นมัสการพระรัตนตรัย)
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (สวด ๓ จบ)
(ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง)

 

                  (บูชาพระรัตนตรัย)
อิมินา สักกาเรนะ พุทธัง อะภิปูชะยามิ
(ข้าพเจ้าขอบูชาพระพุทธเจ้าด้วยการสักการะนี้)
อิมินา สักกาเรนะ ธัมมัง อะภิปูชะยามิ
(ข้าพเจ้าขอบูชาพระธรรมเจ้าด้วยการสักการะนี้)
อิมินา สักกาเรนะ สังฆัง อะภิปูชะยามิ
(ข้าพเจ้าขอบูชาพระสังฆเจ้าด้วยการสักการะนี้)
 
 
 
 
                 (กราบพระรัตนตรัย)    
อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พุทธัง ภะคะวัณตัง อภิวาเทมิ
(พระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นพระอรหันต์ ดับเพลิงกิเลสเพลิงทุกข์สิ้นเชิง ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง ข้าพเจ้าขออภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน)
                              (กราบ)

สะวาคะโต ภะคะวะตา ธัมโม ธัมมัง นมัสสามิ

(พระธรรม เป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสไว้ดีแล้ว ข้าพเจ้าขอนมัสการพระธรรม)
                             (กราบ)

สุปฏิปัณโณ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆังณะมามิ

(พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ปฏิบัติดีแล้ว ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระสงฆ์)
                             (กราบ)
                   
 
 
 
             (คำขอขมาพระรัตนตรัย)
วันทามิ พุทธัง สัพพะเมโทสัง ขะมะ ถะเม ภันเต
( ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าขอกราบไหว้พระพุทธเจ้า เพื่อขอขมาโทษทั้งปวง ขอพระองค์จงประทานอภัยโทษแก่ข้าพเจ้าด้วยเถิด )
 
วันทามิ ธัมมัง สัพพะเมโทสัง ขะมะ ถะเม ภันเต
( ข้าแต่พระธรรมอันเจริญ ข้าพเจ้าขอกราบไหว้พระธรรม เพื่อขอขมาโทษทั้งปวง ขอพระธรรมจงให้อภัยโทษแก่ข้าพเจ้าด้วยเถิด )
 
วันทามิ สังฆัง สัพพะเมโทสัง ขะมะ ถะเม ภันเต
( ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าขอกราบไหว้พระสงฆ์ เพื่อขอขมาโทษทั้งปวง ขอพระสงฆ์จงให้อภัยโทษแก่ข้าพเจ้าเถิด )                                        
         
 
 
 
           (ไตรสรณคมน์)
      พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
      ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
      สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
(ข้าพเจ้าขอถือเอา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งที่ระลึก)
      
      ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ

      ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
      ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
( แม้ครั้งที่สองข้าพเจ้าขอถือเอา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งที่ระลึก)
     
      ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ

      ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
      ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
( แม้ครั้งที่สามข้าพเจ้าขอถือเอา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งที่ระลึก)
                        
 
 
 
                          (อาราธนาศีล)
(ถ้าคนเดียวเปลี่ยนจากคำว่า “มะยัง” เป็น “อะหัง” และ “ยาจามะ” เป็น “ยาจามิ” และไม่ต้องกล่าวคำแปลว่า "(ทั้งหลาย)" ส่วนถ้าจะถือศีล ๘ ให้เปลี่ยนจากคำว่า ปัญจะ เป็น อัฏฐะ)

มะยัง/อะหัง ภันเตวิสุงวิสุง รักขะณัติถายะ ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ(ศีล๕)/อัฏฐะ(ศีล๘) สีลานิ
ยาจามะ/ยาจามิ
(ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้า(ทั้งหลาย) ขอสมาทาน ศีล๕  / ศีล๘ พร้อมด้วยไตรสรณคมน์ ๓ ประการ เพื่อประโยชน์แห่งการรักษาเป็นข้อ ๆ)

ทุติยัมปิ มะยัง/อะหัง ภันเตวิสุงวิสุง รักขะณัติถายะ ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ(ศีล๕)/อัฏฐะ(ศีล๘) สีลานิ ยาจามะ/ยาจามิ
(ข้าแต่ท่านผู้เจริญ แม้นในวาระที่ ๒ ข้าพเจ้า(ทั้งหลาย) ขอสมาทาน ศีล๕ / ศีล๘ พร้อมด้วยไตรสรณคมน์ ๓ ประการ เพื่อประโยชน์แห่งการรักษา เป็นข้อ ๆ)
 
ตะติยัมปิ มะยัง/อะหัง ภันเตวิสุงวิสุง รักขะณัติถายะ ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ(ศีล๕)/อัฏฐะ(ศีล๘) สีลานิ ยาจามะ/ยาจามิ
(ข้าแต่ท่านผู้เจริญ แม้นในวาระที่ ๓  ข้าพเจ้า(ทั้งหลาย) ขอสมาทานศีล๕ / ศีล๘ พร้อมด้วยไตรสรณคมน์ ๓ ประการ เพื่อประโยชน์แห่งการรักษา เป็นข้อ ๆ)

  
 
 
 
                      (สมาทานศีล๕)
๑.ปาณาติปาตา เวระมะณีสิกขา ปะทังสมาทิยามิ
(ข้าพเจ้าขอสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากการฆ่าสัตว์ด้วยตนเองและไม่ใช้ให้ผู้อื่นฆ่า)

๒.อะทินนาทานา เวระมณีสิกขา ปะทังสมาทิยามิ

(ข้าพเจ้าขอสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากการลัก,ฉ้อ,โกง ของผู้อื่นด้วยตนเอง และไม่ใช้ให้ผู้อื่นลัก,ฉ้อ,โกง)

๓.กาเมสุมิจฉาจารา เวระมณีสิกขา ปะทังสมาทิยามิ

(ข้าพเจ้าขอสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากการประพฤติผิดในกาม)

๔.มุสาวาทา เวระมณีสิกขา ปะทังสมาทิยามิ

(ข้าพเจ้าขอสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากการพูดเท็จ)

๕.สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณีสิกขา ปะทังสมาทิยามิ

(ข้าพเจ้าขอสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากการดื่มสุรา เมรัย เครื่องดองของทำใจให้คลั่งไคล้ต่างๆ[ยาเสพติดทั้งหลาย] )
       
อิมานิ ปัญจะสิกขา ปะทานิสมาทิยามิ
(ข้าพเจ้าขอสมาทานศีล ๕ อันประกอบด้วยองค์ ๕ ประการแล้วดังนี้)
 
 
 
 
 
                         (สมาทานศีล๘)
(ถ้าสมาทานศีล ๘ พอกล่าวข้อ ๕ เสร็จแล้วให้ต่อข้อ๖เลย ไม่ต้องท่อง “อิมานิ ปัญจะสิกขา ปะทานิสมาทิยามิ” )

๖.วิกาละโภชนา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

(ข้าพเจ้าขอสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ งดเว้นจากการบริโภคอาหารตั้งแต่พระอาทิตย์เที่ยงแล้วไปจนถึงเวลาอรุณขึ้นมาใหม่)

๗.นัจจะคี ตะวาทิ ตะวิสุกะทัสสะนา มาลาคันธะวิเล ปะนะ ธาระณะ มัณฑะนะวิภูสะ นัฏฐานา 
เวระมะณีสิกขาปะทังสะมาทิยามิ

(ข้าพเจ้าขอสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ งดเว้นจากการฟ้อนรำขับร้องและประโคมเครื่องดนตรีต่างๆ ดูการละเล่น แต่บรรดาที่เป็นข้าศึกแก่บุญกุศลทั้งสิ้น และเว้นทัดทรงประดับตกแต่งร่างกาย ด้วยดอกไม้หอม เครื่องประดับ เครื่องทรง เครื่องย่อมทาผิว ทำกายให้วิจิตรงดงามต่างๆ อันเป็นเหตุที่ตั้งแห่งความกำหนัดยินดี)

๘.อุจจาสะยะนะ มะหาสะยะนา เวระมะณีสิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

(ข้าพเจ้าขอสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ งดเว้นจากที่นอนเหนือเตียงตั่งม้า ที่มีความสูงเกินประมาณ และที่นั่งที่นอนใหญ่ภายในมีนุ่นและสำลี และเครื่องปูลาดวิจิตรด้วยเงินและทองต่างๆ)

อิมัง อัฏฐัง คะสะมันนาคะตัง พุทธะปัญญัตตัง อุโปสะถัง อิมัญจะรัตติง อิมัญจะ ทิวะสัง 
สัมมาเทวะ อะภิรักขิตุง สะมาทิยามิ
(ข้าพเจ้าขอสมาทานเอาซึ่งองค์อุโบสถศีล ประกอบด้วยองค์แปดประการ ที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้แล้วนี้ เพื่อจะรักษาไว้ให้ดี ให้บริบูรณ์ ไม่ให้ขาด ไม่ให้ทำลาย สิ้นวันหนึ่งกับคืนหนึ่งณ เวลาวันนี้)
                                     

                     ( ถวายพรพระ < อิติปิ โส > )

อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ สัตถา เทวะมะนุสสานังพุทโธ ภะคะวาติ
(พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น เป็นผู้ไกลจากกิเลส เป็นผู้ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ [ ความรู้และความประพฤติ ] เป็นผู้เสด็จไปดีแล้ว [ คือ ไปที่ใดยังประโยชน์ให้ที่นั้น ] เป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง เป็นผู้สามารถฝึกบุรุษที่สมควรฝึกได้อย่างไม่มีใครยิ่งไปกว่า เป็นครูผู้สอนของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานด้วยธรรม เป็นผู้มีความจำเริญ จำแนกธรรมสั่งสอนสัตว์)

สะวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูฮีติ

(พระธรรมเป็นสิ่งที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ดีแล้ว เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติพึงเห็นได้ด้วยตนเอง เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ และใ